0

มารู้จักกับประเภท และความรู้เกี่ยวกับตู้ไฟฟ้ากันเถอะ


เนื้อหา:

  1. ประเภทของตู้ไฟฟ้ามีกี่ประเภท
    1. ตู้ไฟสวิทช์บอร์ด MDB
    2. ตู้ไฟ SDB
    3. ตู้ Load Panel
  2. ประโยชน์ของตู้สวิทช์บอร์ด หรือ Main Distribution Board (MDB)
  3. อุปกรณ์ และส่วนประกอบต่างๆ ในตู้ไฟ
    1. Enclosure โครงตู้
    2. Busbar บัสบาร์
    3. Circuit Breaker เซอร์กิตเบรกเกอร์
    4. Meter เครื่องวัดไฟฟ้า
    5. Accessories อุปกรณ์เสริมอื่นๆ

ตู้ไฟ พรแสงชัยมารู้จักกับตู้ไฟฟ้ากันเถอะ โดยน้องไฟหมุน ร้านไฟฟ้าพรแสงชัย


ตู้ไฟฟ้ามี กี่ประเภท และมีประเภทอะไร แบบไหนบ้าง

ประเภทของตู้ไฟมาเริ่มจากเรื่องแรกกันเลยครับว่า มีตู้ไฟแบบไหนกันบ้าง


ตู้ไฟแบบ Main Distribution Board (MDB) หรือเรียกว่า สวิทช์บอร์ด (Switchboard)

เป็นตู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟฟ้า อีกทั้งยังรับไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้า หรือหม้อแปลงมาจ่ายให้อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องการใช้ไฟฟ้า มีความทนทานทั้งจากแรงดัน ความร้อน รวมไปถึงการกัดกร่อนจากความชื้นและสารเคมี รวมไปถึงโครงตู้ที่แข็งแรงมีคุณภาพ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับตู้ไฟสวิทช์บอร์ด ซึ่งจะทำให้เราปลอดภัยจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การถูกไฟดูด และป้องกันความเสียหายของเครื่องมือไฟฟ้าภายในจากสาเหตุต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นเราควรเลือกใช้ตู้ไฟสวิทช์บอร์ดที่มีคุณภาพดี


สรุปแล้ว ตู้ไฟสวิชบอร์ด หรือ MDB (Main Distribution Board) คือ แผงควบคุมระบบกระแสไฟฟ้าหลักขนาดใหญ่ โดยหลักการทำงาน ของ ตู้สวิตซ์ประธาน เป็นด่านแรกในการรับไฟฟ้าแรงดันต่ำจาก หม้อแปลงไฟฟ้า แล้วจึงจ่ายไฟไปในส่วนต่าง ๆในอาคาร มักถูกใช้ในอาคารขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ จนถึงโรงงานอุตสาหกรรม มักรู้จักกันในชื่อ ตู้ MDB และ มีอุปกรณ์วงจรตัดไฟเรียกว่า Circuit Break เอาไว้ตัด แหล่งจ่ายไฟฟ้าเพื่อป้องกันวงจรจากกระแสไฟเกิน ป้องกันสายไฟจากความร้อนสูงเกินไป


โดยที่สวิทช์บอร์ดจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลายๆอย่าง เช่น บัสบาร์ (Busbar), เครื่องวัดไฟฟ้า (Meter), เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) และอุปกรณ์เสริมต่างๆ (Current Transformer, Selector Switch, Pilot Lamp, Fuse, Insulation)



ตู้ SDB (Sub Distribution Board) หรือตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าระบบย่อย

มีหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้า เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังตู้อื่น หากอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการแบ่งการทำงานเป็นสัดส่วน เมื่อเกิดเหตุการณ์แก้ไขซ่อมบำรุงเครื่องจักร หรือ การจัดระบบไฟฟ้าถ้าหากมีตู้ SDB ก็สามารถทำได้ทันที โดยตัดไฟตู้ SBD บริเวณนั้น แต่บริเวณส่วนอื่น ของอุตสาหกรรมก็ยังใช้กระแสไฟฟ้าได้ปกติ ดังนั้นจึงเป็นส่วนดีในการติดตั้งระบบกระแสไฟฟ้าย่อย


ตู้ Panel Board (PB) หรือ ตู้โหลดเซ็นเตอร์ (Load Center) 

เป็นตู้ที่เปิดปิดฝาได้มีหลายขนาด เหมาะสำหรับการควบคุมไฟฟ้าในอาคารขนาดกลาง ถึง ขนาดใหญ่ รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม  มีแผง Circuit breaker อยู่ภายใน ที่ใช้ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ 


ตู้ LP (Load Panel)

เป็นตู้ที่มีสวิทช์ใช้ควบคุมส่วนของวงจรไฟฟ้าย่อยใช้ควบคุมไฟในห้องที่ต้องการควบคุม Load Panel จะมี เซอร์กิตเบรกเกอร์ หลายตัว วางเรียงกันอยู่ในกล่อง ส่งผลให้ มีขนาดเล็ก  ในบ้างอาคาร อาจใช้ Load Panel ควบคุม แทน SDB


ตู้ Load Panel แบ่งได้ดังนี้
1) Load Panel 3 Phase เรียกว่า Load Center , LP เป็นแผง เซอร์กิต เบรกเกอร์ ที่ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าสู้เครื่องใช้ไฟฟ้า
2) Load Panel 1 Phase เรียกว่า Consumer Unit , CU เป็นแผงไฟฟ้าสำเร็จรูปนิยมใช้ในบ้าน หรืออาคารที่มีขนาดเล็กที่ใช้ระบบไฟ 1 เฟส 220 โวลต์


ตู้โหลดเซ็นเตอร์ (Load Center) เป็นประเภทย่อยของตู้ Load Panel แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ


  1. แบบ Main Lugs เป็นตู้โหลดที่ไม่มี เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ซึ่งมักจะต้องใช้คู่กับเซฟตี้สวิชต์ (Safety Switch) เพื่อความปลอดภัย มีหลายแบบตามจำนวน Pole (1-3) และตามความทนทานของตัวบัสบาร์ และไม่ควรเลือกใช้เกิน หรือมากไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของความทนกระแส
  2. แบบ Main Circuit Breaker หรือ ตู้โหลดแบบที่มีเซอร์กิตเบรกเกอร์เป็นตัวตัดไฟ เป็นแบบ MCCB (Molded Case Circuit Breaker) 3 pole โดยจะควบคุมกระแสไฟฟ้าผ่านบัสบาร์ ไปหา MCB (Miniature Circuit Breaker) หรือเบรกเกอร์ลูกย่อย ที่เรามักคุ้นเคยกันเวลาใช้งานกับไฟบ้าน และเช่นกัน ไม่ควรเลือกใช้งานเกินไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของความทนกระแส